เป็นน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นอินทรีย์ 100% (100% Organic Cold Pressed Extra Virgin Coconut Oil) ผลิตจากมะพร้าวพันธุ์ดีแห่งดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ของผืนดินด้วยเทคโนโลยี่ Centrifugal Seperation วิธีสกัดเย็นที่ยอดเยี่ยม จึงทำให้ได้น้ำมันที่มี Lauric Acid สูง มีค่าความชื้นต่ำอุดมด้วยคุณค่า ไม่เหม็นหืนเก็บรักษาได้ยาวนานไม่มีสารกันหืนหรือสารแต่งกลิ่นคงความเข้มข้นในทุกหยดแห่งคุณภาพ
บทบาทน้ำมันมะพร้าวต่อความงาม
Lauric acid ในน้ำมันมะพร้าวเป็นกรดไขมันที่ใกล้เคียงกับไขมันของผิวมนุษย์มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและสารต้านอนุมูลอิสระช่วยคืนความชุ่มชื้นแก่ผิวพร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดและอุดมด้วยวิตามินอีมากกว่าเครื่องสำอางหลายสิบเท่า จึงใช้นวดตัวเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อปรับสภาพผิวให้นุ่มชุ่มชื่นทาผิวหน้าผิวกายหลังอาบน้ำ น้ำช่วยคงความอ่อนเยาว์ของผิวชะลอการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น ป้องกันรอยหมองคล้ำใช้ทาผิวเพื่อปรับสภาพผิวที่ถูกไฟไหม้และแสงแดดป้องกันผิวในฤดูหนาว เช็ดหน้าเพื่อทำความสะอาดเครื่องสำอางใช้ทาหน้าท้องช่วงตั้งครรภ์ หมักผมเพื่อถนอมหนังศรีษะป้องกันรังแค ลดการหลุดร่วงของเส้นผม กระตุ้นการเกิดใหม่ของผมบำรุงรากผมให้แข็งแรง และปรับสภาพเส้นผมที่แห้งเสียแตกปลายขาดเปราะง่ายให้มีน้ำหนัก
บทบาทน้ำมันมะพร้าวต่อสุขภาพ
ช่วยบำรุงสุขภาพให้แข็งแรง
เมื่อดื่มจะได้พลังงานทันทีที่บริโภคน้ำมันมะพร้าวและยังมีคุณค่าทางอาหารโดยเฉพาะวิตามินและเกลือแร่ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งยังเพิ่มคุณค่าทางอาหาร โดยการเพิ่มการดูดวิตามินเกลือแร่ และกรดอะมิโน เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวเป็นโมเลกุลขนาดเล็กจึงถูกย่อยง่ายและเคลื่อนที่เร็วไปตามความเหลวของร่างกายและเป็นกรดไขมันอิ่มตัวชนิดซี่ปานกลาง(MCFA)
ช่วยให้ปลอดโรค
น้ำมันมะพร้าวมีส่วนช่วยให้มนุษย์ไม่มีโรคเพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่คอยต่อต้านสารพิษต่างๆ ที่เข้าทำลายเซลล์ให้เสียหายและเกิดโรคตามมา เช่น
โรคหัวใจ เมื่อบริโภคน้ำมันมะพร้าวเข้าไปในร่างกาย มันจะไม่ถูกเปลี่ยนเป็นคลอเรสเตอรอลในกระแสโลหิตและยังมีวิตามินอีที่คอยขยายหลอดเลือด ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ
โรคมะเร็ง น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันประเภทอิ่มตัวจึงไม่ถูกเติมไฮโดรเจนและแตกตัวเมื่อถูกกับอุณหภูมิสูง ทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารก่อมะเร็งและวิตาอินอีช่วยต้านอนุมูลอิสระ การใช้น้ำมันมะพร้าวชโลมตัวก็ช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังได้ดีกว่าทาครีมกันแดดราคาแพง
โรคอ้วน การบริโภคน้ำมันมะพร้าวอย่างน้อยวันละ 2-3 ช้อนโต๊ะ จะช่วยทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูง เพิ่มการเผาผลาญอาหารและเกิดเป็นพลังงานอีกทั้งยังช่วยทำลายไขมันที่สะสมอยู่ นำไปใช้เป็นพลังงาน ดังนั้นผู้ที่บริโภคน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำจึงไม่อ้วนและถ้าอ้วนอยู่ก็จะผอมลง
โรคเบาหวาน ผลพลอยได้ของการเพิ่มอัตราการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงานจากการบริโภคน้ำมันมะพร้าวคือการทำให้ร่างกายไม่สะสมน้ำตาล จึงทำให้ผู้ป่วยไม่อยากรับประทานอาหารที่เป็นแป้งหรือน้ำตาล จึงช่วยลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานไปโดยปริยาย
โรคปวดเมื่อย โรคชราภาพก่อนวัย โรคมะเร็งผิวหนังและโรคกระดูก น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่ถุกดูดซึมทางผิวหนังได้ดีเพราะมีโมเลกุลขนาดเล็ก จึงนิยมใช้นวดตัวให้หายปวดเมื่อย ผ่อนคลายความเครียดปกป้องการถูกทำลายจากแสงอัลตราไวโอเลตที่ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นแก่ก่อนวัยและเป็นมะเร็งผิวหนัง นอกจากนี้ยังทำให้ผิวหนังชุ่มชื่นไม่ตกสะเก็ด สร้างเสริมพัฒนาการของกระดูกให้แข็งแรงแพทย์แผนไทยจึงนิยมนำน้ำมันมะพร้าวมาประกอบเป็นสูตรยาโบราณในการรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูก
โรคที่เกิดจากเชื้อโรคต่างๆ เชื้อโรคที่กรดลอริกในน้ำมันมะพร้าวสามารถทำลายได้ ได้แก่ เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ เชื้อโปรโตซัว และเชื้อไวรัส
โรคผิวหนัง ผิวหนังที่ถูกอนุมูลอิสระทำลายหรือถูกทำร้ายจะเกิดเป็นแผล โมโนลอรินในน้ำมันมะพร้าวซึ่งเป็นสารปฏิชีวนะจะช่วยยกำจัดเชื้อโรคเหล่านี้
เพื่อสุขภาพปากและฟัน
อมVirgin Coconut Oil
ยับยั้งแบคทีคเรียในช่องปาก สาเหตุหลักของกลิ่นปาก
ยับยั้งเชื้อราบริเวณลิ้น
สร้างมวลกระดูก ฟันเรียบใสแวววาว
กำจัดหินปูน
วิธีอม: 1 ช้อนโต๊ะ หลังแปรงฟันประมาณ 5-10 นาที่ แล้วบ้วนออก
วิธีดื่ม
ตวงใส่แก้วแล้วเทลงคอ ตามด้วยน้ำอุ่น หรือชามากเท่าที่จะต้องการ
แช่เย็นเป็นก้อนเล็กๆ พอกลืนได้ แล้วดื่มน้ำอุ่นตาม
ปั่นกับเครื่องดื่มเช่น น้ำผัก ผลไม้
นานาทัศนะในการดื่ม
จากประสบการณ์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ดื่มหลายวิธี
ได้ข้อสรุปดังนี้
ได้ข้อสรุปดังนี้
วิธีที่1 2ช้อนโต๊ะตอนตื่นนอน แล้วทานอาหารเช้าตามปกติ หลังประมาณ 1-2 ชั่วโมง เมือกไขมันจะถูกขับออกจากทางอุจจาระและจะเร่งกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ทำให้ไม่รู้สึกอยากรับประทานอาหารโดยเฉพาะอาหารประเภทแป้ง อุณหภูมิร่างกายจะสูงขึ้นประมาณ 2 องศาเซลเซียส จึงควรดื่มน้ำมากๆ
1ช้อนโต๊ะก่อนอาหารเย็น เพื่อควบคุมไม่ให้ทานอาหารเย็นมาก และช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญ
วิธีที่2 1ช้อนโต๊ะก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็น เร่งกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกายและทำให้ทานอาหารประเภทแป้งน้อยลง
หากไม่สะดวกสามารถดื่มก่อนนอน 2 ช้อนโต๊ะได้ แต่จะเห็นผลช้ากว่าวิธีที่1 และวิธีที่ 2

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น